วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559

การบันทึกครั้งที่ 6
วันอังคาร ที่ 13  กันยายน พ.ศ.2559
เวลา 08.30 - 12.30 น.

เนื้อหาการเรียน
                         - อาจารย์ให้นักศึกษาคัดไทย  ก - ฮ


                        - อาจารย์ให้นักศึกษาทุกคนดูของเล่นทางวิทยาศาสตร์ จากนั้นอาจารย์และนักศึกษาร่วมสนทนา พูดคุยเกี่ยวกับของเล่นว่าของเล่นแต่ละชิ้นมีหลักการทางวิทยาศาสตร์อย่างไร


                       -  เข้าสู่เรื่อง "มาตรฐานการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ปฐมวัย"
โดยอาจารย์สอบถามนักศึกษาว่า เมื่อนักศึกษานึกถึงคำว่ามาตรฐานนักศึกษานึกถึงอะไรบ้าง?  ตัวอย่างคำตอบของนักศึกษา เช่น การวัด , การประเมิน , การตรวจสอบ  เป็นต้น





                      - อาจารย์ให้นักศึกษาดูกระจก 2 บานที่ตั้งทำมุมแหลมกัน โดยอาจารย์นำรูปภาพไปวางไว้ตรงกลางระหว่างกระจก 2 บาน เมื่อกระจกส่องรูปและสะท้อนกลับจะเห็นว่าจำนวนของที่สะท้อนจากกระจก เมื่อเราทำมุมกระจกแคบลงของที่อยู่ตรงกลางจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากเดิม


                     - อาจารย์ให้นักศึกษาดู " ภาพขยับ " คือเมื่อเราเปิดอีกหน้าหนึ่งรายละเอียดของรูปภาพจะเปลี่ยนไปทำให้เราเห็นว่าภาพนั้นสามารถขยับได้



                  - อาจารย์ให้นักศึกษาดู " ภาพหมุน " คือ มีรูปภาพ 2 รูปอยู่ด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อเราหมุนภาพนั้น เราจะเห็นว่าภาพนั้นเป็นรูปภาพเดียวกันหรืออยู่บนเฟรมเดียวกัน



                       - อาจารย์ให้นักศึกษาดู " แผ่นสี " คือ มีแผ่นสีอยู่ 2 แผ่นสีแดงและสีเขียว เมื่อเราวางแผ่นสีทั้ง 2 แผ่นซ้อนกันแผ่นสีจะเกิดสีใหม่ คือสีน้ำเงิน




                      - อาจารย์ให้นักศึกษาดูตัวอย่างแผ่นสีแบบอื่นๆ



-  คำศัพท์ที่ได้เรียนรู้จากการเรียนการสอนในครั้งนี้
1.  Standard   แปลว่า   มาตรฐาน 
2.  Reflect   แปลว่า   สะท้อน  
3.  Shifting   แปลว่า   ขยับ    
4.  Rotate   แปลว่า   หมุน  
5.  Corner   แปลว่า   มุม


ทักษะที่ได้รับ
                        - ทักษะการคิด                     
                        - ทักษะการวิเคราะห์
                        - ทักษะการวางแผน
                        - ทักษะการมีเหตุและผล
การประยุกย์ใช้
                        - นำไปใช้ในการออกแบบกิจกรรม 
                        - นำไปใช้ในการจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมให้แก่เด็ก
                        - นำไปใช้ในการวางแผนการเรียนการสอน

บรรยากาศภายในห้องเรียน
                         - อากาศเย็น แสงส่องเข้ามาในห้องเรียนพอสมควร

ประเมินตนเอง
                        - ตั้งใจฟังอาจารย์
                        - ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมเป็นอย่างดี

ประเมินเพื่อน
                       - เพื่อนๆทุกคนให้ความร่วมมือกับกิจกรรมเป็นอย่างดี

ประเมินอาจารย์
                        - แต่งกายสุภาพเรียบร้อย
                        - มีน้ำเสียงที่น่าฟัง พูดเสียงดังฟังชัด

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2559

การบันทึกครั้งที่ 5
วันอังคาร ที่ 6  กันยายน พ.ศ.2559
เวลา 08.30 - 12.30 น.



เนื้อหาการเรียน
                         - อาจารย์ให้นักศึกษาทุกคนไปรวมตัวกันที่ห้องสมุด ชั้น 8 ห้องวิทยมัลติมีเดีย เพื่อรับชมวีดีโอเรื่อง"วิทยาศาสตร์แสนสนุกสำหรับเด็ก ชุดอากาศมหัศจรรย์"




              ลม คือ อากาศที่เคลื่อนที่ได้ 
              โดยรอบๆตัวเรามีสิ่งที่เรียกว่าอากาศอยู่ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์หรือพืชก็ต้องใช้อากาศในการหายใจ อากาศสามารถอยู่ได้ทุกที่ถึงแม้ว่าเราจะมองไม่เห็นแต่ก็มีตัวตนอยู่จริงๆ ถึงแม่ว่าอากาศจะไม่มีขนาดหรือรูปร่าง แต่อากาศจะแทรกตัวอยู่ในทุกๆพื้นที่        

การทดลองเกี่ยวกับเรื่องของอากาศ


     
             การสอนลูกเรื่องอากาศ (Teaching Children about weather) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็ปฐมวัยได้เรียนรู้ถึงส่วนผสมของก๊าซต่างๆและไอน้ำ รู้คุณสมบัติของอากาศว่าไม่มีสี ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น ก๊าซที่มีอยู่มากและจำเป็นต่อสิ่งที่มีชีวิตคือก๊าซออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศรอบๆตัวเราทุกหนทุกแห่ง อากาศมีอยู่ในบ้านและบริเวณ มีอยู่ในโรงเรียน บริเวณรอบโรง เรียน กลางป่า เขา ชายทะเล แม่น้ำ น้ำตก สวน และอื่นๆ
            เด็กปฐมวัยเป็นวัยอยากรู้อยากเห็น ช่างสงสัย เด็กมักจะมีคำถามอยู่เสมอ ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ทำไมเป็นเช่นนั้น เรารู้ได้อย่างไร เมื่อเด็กมีความสนใจธรรมชาติรอบตัว คำถามที่ต้องการให้ผู้ใหญ่ตอบมีหลายเรื่อง รวมทั้งสิ่งที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น คืออากาศ เด็กมีคำถามเสมอว่า อากาศ คืออะไร มาจากไหน ทำไมหนูจับไม่ได้ วันนี้หนูอยากอาบน้ำเพราะร้อนมาก ๆ ทำไมเป็นอย่างนั้น หนูชอบวิ่งเล่นใต้ต้นไม้ เพราะเย็นกว่าในห้อง ทำไมเป็นเช่นนั้น ทำไมบางครั้งลมพัดเร็วมากจนโค่นต้นไม้หักลงมาได้ ทำไมลมพัดเร็วช้าไม่เหมือนกัน ลมพัดได้เร็วเพียงใด คำถามที่น่าสนใจของเด็ก จึงควรนำมาจัดเป็นกิจ กรรมเรียนรู้สำหรับเด็ก เรื่องอากาศ เพื่อพัฒนาความสามารถของเด็ก และเมื่อเด็กได้รับการตอบสนองให้สืบค้นหาคำตอบ เด็กจะรู้สึกสบายใจที่ได้รับการตอบสนอง จึงเป็นการพัฒนาการทางอารมณ์ที่เหมาะสมให้แก่เด็กอีกด้วย

                  - นักศึกษานำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์ที่ตนเองได้ประดิษฐ์มาทีละคน


ของเล่นของดิฉัน (เหวี่ยงมหาสนุก)


วิธีการเล่น
             เหวี่ยงให้ลูกปัดเข้าไปอยู่ด้านในของกรวย
หลักการทางวิทยาศาสตร์
              แรง (Force) หมายถึง สิ่งที่ไปกระทำต่อวัตถุ แล้วทำให้วัตถุนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพของวัตถุ เช่น เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ เปลี่ยนขนาดของอัตราเร็ว หรือเปลี่ยนขนาด รูปร่างของวัตถุ
 1. ชนิดของแรง 
1.1 แรงย่อย คือ แรงที่เป็นส่วนประกอบของแรงลัพธ์
1.2 แรงลัพธ์ คือ แรงรวมซึ่งเป็นผลรวมของแรงย่อย ซึ่งจะต้องเป็นการรวมกันแบบปริมาณเวกเตอร์
1.3 แรงขนาน คือ แรงที่ที่มีทิศทางขนานกัน ซึ่งอาจกระทำที่จุดเดียวกันหรือต่างจุดกันก็ได้ มีอยู่ 2 ชนิด
               - แรงขนานพวกเดียวกัน หมายถึง แรงขนานที่มีทิศทางไปทางเดียวกัน
               - แรงขนานต่างพวกกัน หมายถึง แรงขนานที่มีทิศทางตรงข้ามกัน
1.4 แรงหมุน หมายถึง แรงที่กระทำต่อวัตถุ ทำให้วัตถุเคลื่อนที่โดยหมุนรอบจุดหมุน ผลของการหมุนของ เรียกว่า โมเมนต์ เช่น การปิด-เปิด ประตูหน้าต่าง
1.5 แรงคู่ควบ คือ แรงขนานต่างพวกกันคู่หนึ่งที่มีขนาดเท่ากัน แรงลัพธ์มีค่าเป็นศูนย์ และวัตถุที่ถูกแรงคู่ควบกระทำ 1 คู่กระทำ จะไม่อยู่นิ่งแต่จะเกิดแรงหมุน
1.6 แรงดึง คือ แรงที่เกิดจากการเกร็งตัวเพื่อต่อต้านแรงกระทำของวัตถุ เป็นแรงที่เกิดในวัตถุที่ลักษณะยาวๆ เช่น เส้นเชือก เส้นลวด
1.7 แรงสู่ศูนย์กลาง หมายถึง แรงที่มีทิศเข้าสู่ศูนย์กลางของวงกลมหรือทรงกลมอันหนึ่งๆ เสมอ
1.8 แรงต้าน คือ แรงที่มีทิศทางต่อต้านการเคลื่อนที่หรือทิศทางตรงข้ามกับแรงที่พยายามจะทำให้วัตถุเกิดการเคลื่อนที่ เช่น แรงต้านของอากาศ แรงเสียดทาน
1.9 แรงโน้มถ่วงของโลก คือ แรงดึงดูดที่มวลของโลกกระทำกับมวลของวัตถุ เพื่อดึงดูดวัตถุนั้นเข้าสู่ศูนย์กลางของโลก
               - น้ำหนักของวัตถุ เกิดจากความเร่งเนื่องจากความโน้มถ่วงของโลกมากกระทำต่อวัตถุ
1.10 แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา
               - แรงกิริยา 
คือ แรงที่กระทำต่อวัตถุที่จุดจุดหนึ่ง อาจเป็นแรงเพียงแรงเดียวหรือแรงลัพธ์ของแรงย่อยก็ได้
              - แรงปฏิกิริยา 
คือ แรงที่กระทำตอบโต้ต่อแรงกิริยาที่จุดเดียวกัน โดยมีขนาดเท่ากับแรงกิริยา แต่ทิศทางของแรงทั้งสองจะตรงข้ามกัน
           
2. แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยากับการเคลื่อนที่ของวัตถุ 
2.1 วัตถุเคลื่อนที่ด้วยแรงกิริยา เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุตามแรงที่กระทำ เช่น การขว้างลูกหินออกไป
2.2 วัตถุเคลื่อนที่ด้วยแรงปฏิกิริยา เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุเนื่องจากมีแรงขับดันวัตถุให้เคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม เช่น การเคลื่อนที่ของจรวด

                     - อาจารย์ให้นักศึกษาไปดูการจัดนิทรรศการของรุ่นพี่ปี 5 



  
-  คำศัพท์ที่ได้เรียนรู้จากการเรียนการสอนในครั้งนี้
1.  Air  แปลว่า  อากาศ
2. Wind  แปลว่า  ลม
3. Movement  แปลว่า  การเคลื่อนที่  
4. Low Pressure  แปลว่า  ความกดอากาศต่ำ
5. High Pressure แปลว่า  ความกดอากาศสูง 


ทักษะที่ได้รับ
                        - ทักษะการคิด                     
                        - ทักษะการวิเคราะห์
                        - ทักษะการวางแผน
                        - ทักษะการมีเหตุและผล
การประยุกย์ใช้
                        - นำไปใช้ในการออกแบบกิจกรรม 
                        - นำไปใช้ในการจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมให้แก่เด็ก
                        - นำไปใช้ในการวางแผนการเรียนการสอน

บรรยากาศภายในห้องเรียน
                         - อากาศเย็น แสงส่องเข้ามาในห้องเรียนพอสมควร

ประเมินตนเอง
                        - ตั้งใจฟังอาจารย์
                        - ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมเป็นอย่างดี

ประเมินเพื่อน
                       - เพื่อนๆทุกคนให้ความร่วมมือกับกิจกรรมเป็นอย่างดี

ประเมินอาจารย์
                        - แต่งกายสุภาพเรียบร้อย

                        - มีน้ำเสียงที่น่าฟัง พูดเสียงดังฟังชัด
          

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559

ของเล่นวิทยาศาสตร์  (เหวี่ยงมหาสนุก)

วัสดุและอุปกรณ์



1. กระดาษแข็ง
2. กรรไกร
3. แม็กซ์เย็บกระดาษ
4. เชือก
5. ลูกปัด

วิธีการทำ
1. ตัดกระดาษให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม ดังภาพ

2. ม้วนกระดาษให้เป็นกรวย

3. ใช้แม็กซ์เย็บกระดาษระหว่างรอยต่อ

4. ตัดแต่งขอบ

5. ร้อยเชือกและมัดปม


6. ใส่ลูกปัดที่ปรายเชือก



วิธีการเล่น
เหวี่ยงให้ลูกปัดเข้าไปอยู่ด้านในของกรวย

หลักการทางวิทยาศาสตร์
              แรง (Force) หมายถึง สิ่งที่ไปกระทำต่อวัตถุ แล้วทำให้วัตถุนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพของวัตถุ เช่น เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ เปลี่ยนขนาดของอัตราเร็ว หรือเปลี่ยนขนาด รูปร่างของวัตถุ

              โมเมนตัม (P) หมายถึง ปริมาณที่บอกสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุ ซึ่งพยายามทำให้วัตถุพุงตัวไปข้างหน้าในทิศทางของความเร็ว เป็นปริมาณเวกเตอร์มีทิศตามทิศของความเร็ว
              โมเมนตัมเกิดขึ้นเมื่อวัตถุเคลื่อนที่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ โมเมนตัมเชิงเส้น (Linear momentum) สำหรับการเคลื่อนที่แบบเลื่อนที่ และ โมเมนตัมเชิงมุม (Angular momentum) สำหรับการเคลื่อนที่แบบหมุน ซึ่งวัตถุจะหมุนเป็นวงกลมรอบจุดศูนย์กลาง
ประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจากของเล่นชิ้นนี้
1. ทักษะการคาดคะเน เด็กจะได้เรียนรู้การคาดคะเนว่าจะต้องใช้แรงเหวี่ยงมากน้อยเพียงใดหรือใช้แรงเหวี่ยงไปในทิศทางใดลูกปัดจึงจะเข้าไปอยู่ข้างในกรวยได้
2. ทักษะการทำงานประสานกันระหว่างสายตากับมือ ซึ่งในระหว่างที่เด็กเล่นของเล่นชิ้นนี้ เด็กจะต้องใช้สายตาในการคาดคะเนการเหวี่ยงของลูกปัดในไปในทิศทางที่ต้องการ
3. ทักษะการคำนวณ จากการนับจำนวนครั้งในการเหวี่ยงให้ลูกปัดเข้าไปข้างในกรวยได้สำเร็จ

การบันทึกครั้งที่ 4
วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2559
เวลา 08.30 - 12.30 น.

เนื้อหาการเรียน
          - เมื่อนักศึกษาเข้าห้องเรียนอาจารย์ก็ให้นักศึกษาทุกคนคัดพยัญชนะไทย
                           
                          - อาจารย์ทบทวนเรื่อง"รูปแบบการเรียนรู้เด็กปฐมวัย"
สรุป หลักการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย
               พัฒนาเด็กให้ครบทุกพัฒนาการเน้นให้เด็กช่วยเหลือตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่น
อย่างมีความสุขกิจกรรมที่จัดต้องมีความสมดุลยึดเด็กเป็นสำคัญและต้องประสานสัมพันธ์
กับครอบครัวและชุมชน
                          

                        - อาจารย์ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 5 คน ทั้งหมด 6 กลุ่มเพื่อประดิษฐ์สิ่งของที่สามารถทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ในเรื่องของ"อากาศ"  โดยวัสดุ/อุปกรณ์ที่อาจารย์แจกให้ก็คือ กระดาษแข็ง 1 แผ่นและคลิปหนีบกระดาษ 1 อัน




กลุ่มที่ 1 ประดิษฐ์"รถแข่ง" 
                                       โดยที่คันที่ 1 จะเป็นรถแข่งที่พับจากกระดาษธรรมดา , คันที่ 2 จะเป็นรถแข่งที่พับจากกระดาษพร้อมทั้งหนีบคลิปไว้ด้วย เพื่อทดลองว่ารถที่ไม่มีคลิปหนีบกระดาษเมื่อเราเป่าลมรถจะพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่มีทิศทางต่างจากรถแข่งที่หนีบคลิปไว้ด้วยที่พุ่งไปอย่างมีทิศทางและเที่ยงตรงกว่า

กลุ่มที่ 2 "กระดาษและคลิปหนีบกระดาษ"  
                                       ทดลองการปล่อยกระดาษและคลิปหนีบกระดาษลงมาบนพื้นพร้อมกันเพื่อเสนอว่าอากาศจะสามารถพยุงกระดาษไว้จึงทำให้กระดาษตกลงบนพื้นช้ากว่าคลิปหนีบกระดาษที่มีน้ำหนักมากกว่าและไม่มีพื้นที่ให้อากาศพยุงไว้

 กลุ่มที่ 3 ประดิษฐ์"สื่อภาพฤดูอากาศต่างๆ" 
                                       เพื่อเสนอให้เด็กเห็นภาพในแต่ละฤดูว่าจะมีอากาศเป็นอย่างไรและมีอากาศตรงช้ามเป็นอย่างไรกันบ้างในแต่ละฤดู

กลุ่มที่ 4 ประดิษฐ์"ลูกยางกระดาษ" 
                                       ทดลองโดยการปล่อยลูกยางกระดาษลงบนพื้นจะพบว่าลูกยาง
ตกลงบนพื้นช้าเนื่องจากลูกยางมีใบพัดที่มีความกว้างจึงมีพื้นที่ให้อากาศสามารถพยุงไว้ได้

กลุ่มที่ 5 ประดิษฐ์"นกกระดาษ" 
                                       ทดลองว่าเมื่อเรานำกระดาษมาพัดจะเกิดลมจึงส่งผลให้นกกระดาษขยับตัวได้แต่ถ้าหากว่านำหนังสื่อมากั้นอากาศก็จะไม่สามารถพัดไปโดนนกได้จึงทำให้นกไม่สามารถขยับได้

กลุ่มที่ 6 ประดิษฐ์"กังหันลม" (กลุ่มดิฉัน)
                                       เพื่อทดลองว่าเมื่อมีอากาศเคลื่อนที่มากระทบกังหันก็จะทำให้กังหันสามารถหมุนได้ เนื่องจากกังหันมีใบพัดซึ่งมีพื้นที่ที่สามารถทำให้อากาศมากระทบได้


คำถาม อากาศเคลื่อนที่ได้อย่างไร?
ตอบ  การเคลื่อที่ของอากาศเกิดจากความกดอากาศที่แตกต่างกันทำให้อากาศเคลื่อนที่ โดยอากาศจะเคลื่อนที่จากความกดอาศสูงมาสู่ความกดอากาศต่ำ
- ความกดอากาศสูง ก็คือ มวลอากาศเย็น ซึ้งอากาศเย็นจะลอยอยู่ต่ำเพราะความหนาแน่นสูง 
- ความกดอากาศต่ำ คือมวลอากาศร้อน ซึ้งอากาศจะมีอุณภูมิสูงความหนาแน่นต่ำ จึงลอยขึ้นสู่ที่สูง
  -  คำศัพท์ที่ได้เรียนรู้จากการเรียนการสอนในครั้งนี้
1. sequence   แปลว่า  การจัดช่วงลำดับ
2. integration  แปลว่า  บูรณาการ
3. interaction  แปลว่า  ปฏิสัมพันธ์
4. knowledge  แปลว่า  ความรู้ที่เกิดจากความจำ
5. application  แปลว่า  การประยุกต์

ทักษะที่ได้รับ
                        - ทักษะการคิด                     
                        - ทักษะการวิเคราะห์
                        - ทักษะการวางแผน
                        - ทักษะการมีเหตุและผล
การประยุกย์ใช้
                        - นำไปใช้ในการออกแบบกิจกรรม 
                        - นำไปใช้ในการจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมให้แก่เด็ก
                        - นำไปใช้ในการวางแผนการเรียนการสอน

บรรยากาศภายในห้องเรียน
                         - อากาศเย็น แสงส่องเข้ามาในห้องเรียนพอสมควร

ประเมินตนเอง
                        - ตั้งใจฟังอาจารย์
                        - ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมเป็นอย่างดี

ประเมินเพื่อน
                       - เพื่อนๆทุกคนให้ความร่วมมือกับกิจกรรมเป็นอย่างดี

ประเมินอาจารย์
                        - แต่งกายสุภาพเรียบร้อย
                        - มีน้ำเสียงที่น่าฟัง พูดเสียงดังฟังชัด